TOCOO

 

Klook

Klook.com

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

mini รีวิว Apple Pencil


หลังจากซื้อ Apple Pencil มาเล่นได้สักพัก เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์การใช้งานให้เพื่อนๆฟังกัน


เริ่มจากเรื่องของขนาด จะเห็นได้ว่า Apple Pencil มีขนาดค่อนข้างยาวกว่า Spen และดินสอกด แต่มีขนาดพอๆกับดินสอไม้
ส่วนในเรื่องของน้ำหนักตัว Apple Pencil มีน้ำหนักมากกว่า Spen ทำให้จับถนัดมือมากกว่า แต่ด้วยความที่มันมีน้ำหนักและมีความยาวมากทำให้บางครั้งเผลอฟาดปลาย Apple Pencil กับโต๊ะในบางครั้ง

ถัดมาเรื่องของการชาร์จ ถือเป็นประเด็นสำคัญเพราะมันสร้างความยุ่งยากพอสมควร แต่หลังจากการใช้จริงก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหามากมายนัก เพราะแบตมันก็ไม่ได้หมดเร็วขนาดนั้น และหากถ้าเราไม่ได้ใช้งานเหมือนมันจะเข้าสู่โหมด Sleep อัตโนมัติ สังเกตจาก bluetooth จะตัดการเชื่อมต่อ และกลับมาเชื่อมต่ออีกครั้งเมื่อเราขยับ Apple Pencil





ส่วนวิธีชาร์จก็ทำได้หลายวิธี วิธีแรกคือใช้หัวแปลง(แถมมาให้ในกล่อง)เสียบชาร์จกับไฟบ้านปกติ
หรือจะเสียบชาร์จกับ iPad หรือ iPhone ก็ได้

มาถึงเรื่องการเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นประเด็นมากสำหรับเรา 555
ในการเชื่อมต่อครั้งแรกเราจะต้องเปิด bluetooth แล้วนำ Apple Pencil เสียบเข้ากับ Lighting port ของ iPad Pro แต่ปัญหามีอยู่ว่าเราเคยทดสอบลองปิด bluetooth แล้วลองเปิดใหม่ปรากฏว่า Apple Pencil ไม่ยอมเชื่อมต่ออัตโนมัติต้องทำการเสียบเข้ากับ Lighting port ของ iPad Proใหม่ทุกครั้ง

เราเลยไปโพสถามใน pantip บางท่านก็บอกว่าปกติบางท่านก็บอกว่าไม่ปกติ

เราเลยตัดสินใจลองเข้าไปถามที่ istudio สาขา เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ตอนแรกพนักงานบอกไม่แน่ใจเลย ทดสอบปรากฏว่าต้องเสียบใหม่ ไม่สามารถเชื่อมต่ออัตโนมัติได้เหมือนกัน พอเราจะถามเพิ่ม นางก็ตอบแบบมั่นใจมาซะงั้นว่า  "มันปกติครับ ถ้าปิด bluetooth ต้องทำการเสียบเข้ากับ iPad Proใหม่ทุกครั้ง"
แต่จริงๆก่อนหน้านี้เราเคยสังเกตว่าถึงเราปิด bluetooth ไปแล้ว แต่ถ้าเราไม่ได้ใช้ Apple Pencil สักพักแล้วเราทำการเปิด bluetooth ใหม่ มันจะเชื่อมต่ออัตโนมัติ ซึ่งเราก็พยายามอธิบายให้พนักงานฟัง แต่เหมือนเขาไม่สนใจ และยืนยันว่า "ถ้าปิดถ้าปิด bluetooth ต้องทำการเสียบเข้ากับ Ipad Proใหม่ทุกครั้ง Apple Pencil ของคุณปกติดี" (หึหึ) ก็เลยไม่ถามอะไรต่อ เลยเดินออกมาแบบเซงๆๆ

สรุปคือเราก็ไม่ค่อยเข้าใจในหลักการเชื่อมต่อ Apple Pencil เท่าไร เพราะในบางครั้งถึงเราปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ ในบางครั้งก็ยังสามารถเชื่อมต่อ Apple Pencil ได้อัตโนมัตด้วยซ้ำ
เท่าที่สังเกตคือ จังหวะที่จะให้เชื่อมต่อ อัตโนมัติกันเลย คือ ก่อนจะเปิด bluetooth ต้องขยับ Apple Pencil นิดหนึ่งเหมือนปลุกมันแล้ว ค่อยเปิด bluetooth มันจะเชื่อมต่ออัตโนมัติโดยไม่ต้องไปเสียบเข้า iPad Pro

ข้อมูลเพิ่มเติม
1. Apple Pencil ใช้ได้กับ iPad Pro เท่านั้น
2. Apple Pencil จะไม่กลิ้งตกโต๊ะเพราะว่ามันมีการถ่วงน้ำหนักมันจะกลิ้งมาหยุดตรงคำว่า Apple Pencil

สุดท้ายถามว่าชอบมั้ย แนทต้องบอกก่อนว่าแนทไม่ได้ซื้อทำงานกราฟฟิคหรือวาดรูปอะไรแนวนั้น แต่แนทเอามาใช้งานในแนวเอกสารหรือจดเลคเชอร์มากกว่า ซึ่งแนทใช้ร่วมกับ GoodNotes 4 ต้องบอกว่าตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวที่สุด (ไว้รีวิวแอพนี้อีกครั้ง) แต่หลายคนที่ใช้ Spen อยู่แล้วด้านการจดเลคเชอร์คงสงสัยว่ามันมีความแตกต่างกันมากมั้ย แนทต้องบอกว่าโปรแกรมที่มาพร้อมกับ Sumsung Note นั้น ใช้งานได้สะดวกกว่ามาก (พวกวง แคป เขียน แล้วแชร์ได้ทันที) 

แต่ถ้าเทียบตัว Spen กับ Apple Pencil แล้ว แนทให้คะแนน Apple Pencil มากกว่าด้วยความที่มันจับถนัดมือกว่า แรงกดและผลลัพธ์ที่ออกมาตรงใจมากกว่า และอาการปลายปากกาตวัดพบน้อยกว่ามาก อีกอย่างคือหัวปากกาเวลาใช้จะมีหดลงทำให้มีเสียงทุกครั้งเวลากดแต่ Apple Pencil ไม่มีปัญหานี้ทำให้เวลาเขียนรู้สึกเขียนสนุกกว่าและเวลาอัดหน้าจอก็ไม่มีเสียงแรงกดเข้าไปด้วย

หมายเหตุ : ต้องบอกก่อนว่าแนทเคยใช้แค่ Note 10.1 และ Note 3 ปัจจุปันตระกูล Note อาจจะทำงานได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

แล้วไว้เจอกันรีวิว GoodNotes 4 ในครั้งหน้านะคะ เพราะแอพนี้มันดีสุดดด อยากจะมาแชร์ให้เพื่อนอ่านกัน

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

รีวิว เกาะสีชัง 2 วัน 1 คืน


วันนี้พามาเที่ยวกันที่ #เกาะสีชัง มากับเราก็ต้องสายลำบากกันอยู่แล้ว เน้นประหยัด อิอิ
เริ่มต้นด้วยเรามาขึ้นรถตู้กันที่เอกมัย
(อยู่ใกล้ๆ BTS เอกมัย รถตู้สามารถมาขึ้นกันได้ที่ข้างในขนส่งเลย)
ราคาค่ารถสนนราคาอยู่ที่ 100 บาทถ้วนจร้าา


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม. ก็เดินทางมาถึงท่าเรือ จรินทร์ (รถตู้มาส่งปากซอย ถ้ามาหลายคน แนะนำขึ้นรถตุ๊ก ประมาณ 40 บาท จริงๆต่อราคาได้ แต่ไม่ควรเกินราคานี้หรือ รถมอเตอร์ไซค์ ราคา 20 บาท เข้ามาเลย ไม่ไกลมาก แต่จริงๆเดินได้นะ แต่พอดีแนทรีบเพราะว่ากลัวขึ้นเรือรอบ 14:00 น.ไม่ทัน)
เรือ 🚢เป็นเรือ 2 ชั้น ติดแอร์ค่ะ คนแน่นเต็มเรือเลย
เรือออกตรงเวลานะคะ ใครมาอย่าลืมเช็ครอบเวลาเรือออกให้ดี 😁
ออกเรือมาได้สักพักคนจะมาเก็บตั๋วนะคะ
ดังนั้นซื้อตั๋วแล้ว เก็บไว้ดีๆอย่าเพิ่งทิ้งนะ
เรือขับค่อนข้างนิ่ง ไม่โยก ใครเมาเรือแนะนำนั่งชั้นล่างนะคะ
แล้วเดี๋ยวเจอกันที่เกาะสีชังนะคะ


นั่งเรือมาประมาณ 1 ชม. ก็มาถึงเกาะสีชัง
คุณลุงเจ้าของที่พัก มานั่งรอรับเราขึ้นรถสไกแลป ไปยังที่พัก ฟรีค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่าย


ถึงที่พักแล้วววว ต้องบอกว่าที่นี้ของครบค่ะ
(ดูรูปเพิ่มเติมในคอมเมนท์)
ป้ายด้านหน้ามีเขียน Welcome Nat&Family ด้วยน่ารักม๊ากกก
ที่สำคัญมี welcome fruit ด้วย 555
คุณป้าเอาแตงโมมาให้หนึ่งจานใหญ่
ภายในห้องตกแต่งแบบน่ารักค่ะ
มีแอร์ ทีวี ไดร์เป่าผม ผ้าเช็ดตัว ตู้เย็น มีน้ำเปล่าและน้ำผลไม้ บนโต๊ะมีพวกกาแฟ โอวัลติน พร้อม กาน้ำร้อนแล้วถ้วยชามวางให้พร้อมค่ะ ห้องพักสะอาดเรียบร้อบดีค่ะ
ด้านหน้าห้องพักมีเปลให้นอนด้วยย
และมีจักรยานให้ยืมไปขี่ฟรีอีกด้วยนะ
ทั้งหมดนี้ราคา 1500 บาท/คืน/ 3 คน
ถ้า 2 คนจะราคา 1200 บาท/คืน


หน้าบ้านพักค่ะ


                                                             ไดร์เป่าผมก็มีพร้อมมีที่ไม้แขวนพร้อมที่แขวนให้ด้วยนะคะ

ห้องน้ำสะอาดค่ะ มีครีมอาบน้ำและชมพูสระผมให้พร้อมค่ะ หมวกคลุมอาบน้ำก็มีนะ ที่สำคัญน้ำแรงดีค่ะ ชอบมากเลย

ที่นั่งภายในห้องพัก

ห้องนอนมีแอร์ค่ะ เย็นสบาย

ตู้เย็น กาน้ำร้อนก็มีพร้อมค่ะ


                                                                            เตียงนอน มาพร้อมผ้าเช็ดตัวด้วย

ทีวีวางอยู่ปลายเตียง

มีเปลนอนหน้าบ้านด้วย

อาหารมื้อเย็นวันนี้เรามาจัดกันที่ ร้านป้าหน่อย
จานแรกที่มาเสริฟคือ ต้มยำทะเลน้ำข้น
มาพร้อมกับ กุ้ง ปลา หอย ปลาหมึก
ใครชอบทานหวานต้องชอบแน่ๆๆ
เพราะเราชอบจานนี้ม๊ากกกก 555
จานที่ 2 เป็นของโปรดเราอยู่แล้ว คือ ผัดผักกระเฉด รสชาติอร่อยตามมาตรฐาน กินคนเดียวหมดจานไม่เหลือ
ส่วนจานที่ 3 แพงสุด ปลากระพงนึ่งมะนาว ปลาตัวใหญ่ม๊ากกกก แต่น้ำราดรสชาติเบาไปหน่อยไม่ค่อยจัดจ้าน จานนี้เราไม่ค่อยโดน เพราะปกติชอบทานแนวปลาทอดมากกว่า
จานสุดท้ายข้าวผัดกุ้งขนาดกลาง โอ๊ยยย กุ้งมาเยอะมากเต็มจาน รสชาติกลางๆ แต่ผัดมาดีข้าวไม่แฉะค่ะ


ปลากระพงนึ่งมะนาว
ข้าวผัดกุ้ง

ผัดผักกระเฉด

ต้มยำทะเลน้ำข้น

หลังจากกินเข้าเสร็จ พอดีเจอรถสกายแลป
คุยกันถูกคอเลย
จ้างเขาไปที่ พระจุฑาธุชราชฐาน เป็นวังเก่า (60 บาท)
แล้วพรุ่งนี้เราก็ยังใช้บริการพี่เบอร์ 8 นำเที่ยวทั้งวัน
เอาเป็นว่าถ้าใครมาที่นี้แล้วไม่เช่ามอเตอร์ไซค์ก็แนะนำเบอร์ 8 ค่ะ
ขับดี ใจดี คุยสนุก


ประวัติ พระจุฑาธุชราชฐาน .https://th.m.wikipedia.org/wiki/พระจุฑาธุชราชฐาน

และรูปนี้คือ Atsadang Bridge หรือ สะพานอัษฎางค์
เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปมากที่สุดในเกาะสีชัง





รูปสะพานอีกมุมค่ะ 🤗

จริงๆตั้งใจว่าจะขึ้นไปที่วัด แต่ไม่มีคนเดินไปเลย บรรยากาศตามรูป เลยไม่กล้าขึ้นไป 😱
ด้านหน้าตรงทางเข้า มีชลทัศนสถาน มีปลาให้ชมภายใน ปล.ห้องน้ำที่นี้สะอาดค่ะ แวะเข้าได้

เรือนไม้ริมทะเล ช่วงกลางวันจะมีบริการขนมและเครื่องดื่มขาย

ขนมปังปิ้ง ราคา 30 บาท

พระที่นั่งเมฆขลามณี
สระมหาอโนดาดต์

https://www.natsmallhand.com/
แผนที่

หลังจากกลับจาก พระจุฑาธุชราชฐาน
พวกเราก็กลับเข้าที่พักค่ะ
🌇พอเช้าก็เดินมาทานต้มเลือดหมู ไม่ไกลจากที่พักมากนัก ราคาอยู่ที่ 40 บาท ข้าวเปล่าจานละ 10 บาท
ในรูปเป็น ต้มเลือดหมูไม่ใส่เลือดหมู
555(รูปอื่นๆอยู่ใน คอมเมนท์)
เนื่องจากเรามากันตอนเช้ามากๆ ยังไม่ 7 โมงดี น้ำซุปกระดูกหมูยังไม่เข้าที่ น้ำซุปรสชาติค่อนข้างจืด แต่เครื่องที่ให้มาเยอะมากเลยค่ะ

ต้มเลือดหมูไม่ใส่เลือดหมู
ต้มเลือดหมู
เครื่องปรุง
ที่เกาะสีชังจะมีบริการนำเที่ยว
โดยรถสกายแลปค่ะ
เขาจะพาเราไปสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อ 4 แห่ง ในราคา 250 บาท
และหนึ่งในนั้นคือ หาดถ้ำเขาพัง
เรามาเล่นน้ำทะเลกันที่นี้กันค่ะ
ความสะอาดน้ำกลางๆไม่ได้ใสมากนัก
(เห็นขยะตามริมหาดบ้างเล็กน้อย)
เรามากันช่วงเช้าคนไม่เยอะ
มีบริการให้เช่าห่วงยางราคา 50 บาท
จากนั้นเราก็เล่นน้ำที่นี่กันสักพัก และโทรให้รถมารับเราไปเที่ยวที่ถัดไปค่ะ


ถัดมาคือที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ค่ะ
ที่นี้มีกลิ่นอายความเป็นจีนอยู่มากค่ะ
ลักษณะการไหว้ก็คล้ายๆทริปที่พวกเราไปฮ่องกัน คือต้องไหว้ฟ้าดินก่อน แต่จะมีเจ้าที่คอยอธิบายวิธีการไหว้อยู่
นอกจากจะมีถ้ำของเจ้าพ่อเขาใหญ่แล้ว
ยังมีสถานที่สักการะอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกมากมายค่ะ



เจ้าแม่กวนอิม


วิวจากด้านบนค่ะ

องค์เจ้าพ่อเขาใหญ่



ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) เป็นอีกจุดชมวิวยอดฮิตอีกทีของเกาะสีชัง
มีสะพานปูนสีขาว ทอดยาวริมหน้าผาลงไปถึงด้านล่างริมทะเล




อีกมุมหนึ่งค่ะ

มื้อกลางวันเราเลือกทานอาหารที่น้านเล็กท่าวัง
ร้านนี้ราคาอาหารสูงกว่าร้านแรก
สั่งมา 2 รายการ
อันแรกเป็น ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ราคา ฿150.-
จานที่สอง ผัดฉ่าทะเล ราคา ฿150.- บาทเช่นกัน
(รูปเพิ่มเติมในคอมเมนท์)
รสชาติดีทั้ง 2 จาน ทานกัน 3 คน กำลังอิ่มพอดี
จากนั้นเราก็ไปกันที่ พระจุฑาธุชราชฐาน กันอีกรอบ เพราะตั้งใจจะขึ้นไปที่วัดแต่ สรุป ถึงมาช่วงบ่ายๆก็ไม่ค่อยมีคน เลยไม่ได้เข้า แค่มานั้นทานขนมกันที่เรือนไม้ริมทะเล (สีเขียว)
จากนั้นก็กลับที่พักกันเลยค่ะ






ขากลับก็มาขึ้นเรือที่เดิม แต่เรือไม่มีแอร์และแน่นมาก แต่ลมเย็นดีค่ะ หลับตลอดจนถึงปลายทางเลย


จบทริปแต่เพียงเท่านี้ กับ สีชัง 2 วัน 1คืน
ต้องบอกว่าในส่วนตั้งแต่ขึ้นไปบนเกาะสีชังประทับใจทุกอย่างค่ะ โดยเฉพาะผู้คนอัธยาศัยดี ใจดี น่ารักมากๆ หวังว่า สีชังน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในวันพักผ่อนของเพื่อนๆนะคะ