TOCOO

 

Klook

Klook.com

วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่ 4

Day 3
วันนี้เราจะต้องออกแต่เช้าเนื่องจากต้องเดินทางไปที่เมืองอื่น
เราก็เดินจากที่พักไปที่ Sapporo Station เพื่อที่จะขึ้นรถบัสไปที่เมือง Noboribetsu
🕰

🚇 Sapporo Ekimae BT Bus Stop
Bus 98 นาที (รถไฟ 70 นาที )
💸 ¥3,500.- เป็นราคาไปกลับ
(ปกติรถบัสราคาเที่ยวละ ¥1,850.- แต่ถ้าเป็นรถไฟเที่ยวละ ¥4,480)

*ราคาปัจจุบัน ปกติรถบัสราคาเที่ยวละ ¥1,880.- แต่ถ้าเป็นรถไฟเที่ยวละ ¥4,780 แก้ไข ณ 17/01/2020




รอบรถบัสจาก Sapporo ไป Noboribetsu

 

🚩 ♥♥♥♥
💋 วิธีเดินทางรถบัสไปเมือง Noboribetsu คือให้ไปขึ้นรถบัสที่ตึก Esta อยู่ด้านขวาของตึก Sapporo Station ให้เดินลงไปที่ใต้ตึก จะเป็นสถานีรถบัส จะมีป้ายรถบัสหลายป้ายมาก ให้เดินไปตรงแถวกลางๆ จะเจอตู้ขายตั๋วจะมีพนักงานอยู่ แจ้งพนักงานว่าจะไป Noboribetsu เขาจะถามว่าจะซื้อแบบขาเดียวหรือไปกลับ แต่แนทเลือกไปกลับเราจะได้ตั๋วมา แล้วก็ไปรอรถใกล้ตรงนั้น (ถามพนักงานอีกที ไม่ได้รูปมุมกว้างมา อธิบายไม่ถูก ๕๕) หลังจากได้ตั๋วมาแปปเดียว รถก็มาเราก็เอาตั๋วให้คนแถวนั้นดูว่าขึ้นคันนี้ใช่มั้ย คนญี่ปุ่นแถวนั้นช่วยเหลือดีมากกก [ขอบคุณนะคะ คุณลุง ;จริงๆคุณลุงช่วยตั้งแต่ไปซื้อตั๋วจนถึงส่งขึ้นรถ]
บนรถที่นั่งไม่กว้างมาก แต่ก็ไม่ได้อึดอัดสำหรับการเดินทางประมาณ 2 ชม. บริเวณหน้ารถจะมีจอทีวี และจอแสดงราคาค่าโดยสาร ส่วนตรงที่นั่งจะมีช่องใส่ของ ที่วางแก้ว และหูฟังให้เราอีกด้วย หลังรถมีห้องน้ำเล็กๆสำหรับใครที่ ข้าศึกบุกด้วย ๕๕๕

หลังจากรถขับขึ้นทางด่วนมาสักพักใหญ่ เราก็มาถึง


🕰
📍Noboribetsu Station
ตอนลงจากรถเราก็ฉีกตั๋วออกฝั่งหนึ่งแล้วหย่อนลงตู้ตรงทางลงข้างคนขับ
(ข้อแนะนำสำหรับคนที่เป็นคนนำทางของทริป : คือเราไม่จำเป็นว่าต้องดูทางตลอดสำหรับการเดินทางนานๆแบบนี้ แนะนำว่าปกติการเดินแบบนี้เราจะทราบว่าเราจะปลายทางตอนประมาณกี่โมง เราก็ตั้งนาฬิกาปลุกก่อนเวลาถึงปลายสัก 15-20 นาที ก็ได้ เพราะระหว่างนั้นเราได้มีเวลาพักผ่อน)
หลังจากนั้นแนทก็เปิด google map 🗺


โดยตั้งปลายทางคือ Noboribetsu Date Jidaimura หรือหมู่บ้านนินจานั้นเอง โดยเราต้องข้ามถนนมาขึ้นรถบัสอีกฝั่ง โดยเดินย้อนขึ้นไปนิดเดียวจะมีทางม้าหลาย พอข้ามถนนไปเราจะเจอ Super Market ที่นี้มีห้องน้ำนะแวะเข้าได้ แล้วเราก็เดินย้อนมาตรงป้ายรถเมล์ฝั่งตรมข้ามที่เราลงเมื่อกี้ ให้สังเกตว่าจะมีตู้ไม้ให้เราเข้าไปหลบลมหนาวได้
เมื่อเราสังเกตที่ป้ายรถเมล์จะพบว่ามีตารางเวลาของรถเมล์อยู่


รอบรถบัสไป Noboribetsu/สนามบิน/ Sapporo
โดยแถวแรกคือไป Noboribetsu
แถวสอง ไปสนามบิน
แถวสาม เข้าเมืองซัปโปโร
ให้เราดูช่องแรกสุดคือไป Noboribetsu
ส่วนวิธีดูเวลาคือ ช่องเป็นชั่วโมง ส่วนตัวเลขแต่ละแถวคือนาที เช่น ช่องแรกแถวบนสุด รถจะมาเวลา 6.27น.
ความพิเศษอีกอย่างของที่นี้คือรถมาไม่ตรงเวลา จะเรทประมาณ 5-10 นาที 555
พอรถมาเราควรถามอีกทีว่า “รถคันนี้ไป Noboribetsu ใช่มั้ย”
(แต่พอดีเราถามคุณป้าท่านนึงที่มายืนส่งลูกสาวไปสนามบินว่าต้องดูช่องไหน ท่านเลยช่วยอธิบาย จริงๆคนญี่ปุ่นพร้อมจะช่วยเหลือตลอดเข้าไปถามอาจจะเร็วกว่ามานั่งเปิด app แปลนะ )

ส่วนวิธีขึ้นรถก็ไม่ยากคือขึ้นประตูหลัง ดึงตั๋วจากตู้ ตอนลงเราก็หย่อนเงินกับตั๋วตรงประตูหน้าบริเวณตู้ข้างคนขับ (โดยเราจะดูราคาจากเลขของตั๋วที่ได้มาเทียบกับจอดด้านหน้ารถ) ซึ่งป้ายที่เราจะลงคือ Noboribetsu Date Jidaimura จะมีประกาศบอกอยู่แต่แนทดูเทียบกับ Google Map อยู่ตลอด

**คำถามที่พบประจำ**
กรณีไม่ต้องลงที่หมู่บ้านนนิจจา(Noboribetsu Date Jidaimura) แต่ต้องไปลงหุบเขานรก(Jigokudani)
สามารถนั่งรถสายเดียวกันตามตารางช่องแรกคือปลายทางเป็น Noboribetsu 
แล้วไปลงที่หุบเขานรกเลยก็ได้ค่ะ


🚇 Bus
💰 ¥190.-
พอลงรถแล้วปกติเราต้องต่อรถเมย์อีกสายเพื่อขึ้นไปหมู่บ้านนินจาแต่เนื่องจากเราไม่ทราบว่ารถมากี่โมงและเราก็มาช้ากว่าตารางที่เราแพลนไว้ พวกเราจึงตัดสินใจเดิน ซึ่งเป็นการตัดสินใจผิดอย่างมหันต์ 555 เพราะทางเดินนั่นแม้จะไม่ไกลแต่เป็นทางเดินขึ้นเขาจร้าาา นอกจากนั้นเดินไปได้สักพักรถก็มา 555 ช้ำ 2 ต่อ
แต่ในที่สุดเราเดินทางมาถึง
📍Noboribetsu Date Jidaimura
💸 ¥2,700.- (ปกติ ¥2,900) พริ้นคูปองจากเวปมาจะได้ส่วนลด
🚩 ❤️❤️❤️
♥♥♥❣️
📁
- Noboribetsu Date Jidaimura เป็นสถานที่จำลองประวัติศาสตร์สมัยเอโดะ

โดยบริเวณโซนด้านหน้าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของ ด้วยความที่เรายังไม่ได้ทานมื้อเช้าจึงตัดสินใจทายอาหารกันที่นี้

🍜 ร้านราเมง
Shoyu Ramen (soy sause) 💰¥850.-
Emma Ramen (spicy) 💰 ¥850.-
โค้ก 💰 ¥200.-
🚩
♥♥♥❣️
💋 ราเมงชามใหญ่ให้มาเยอะมาก กินไม่หมด สำหรับรสชาติถือว่าดีทีเดียว ส่วนน้ำเพิ่งมาทราบตอนหลังว่ามีน้ำชาฟรี 555 พลาดไม่น่าซื้อโค้กเลย




หลังจากทานเสร็จ เมื่อเดินออกมาเพียงนิดเดียวก็เจอป้ายโปรโมชั่นเช่าชุดนิจจาเหลือเพียง ¥1,100.- (ปกติ ¥4,500.-)
เหยื่อการตลาดอย่างเราหรือจะพลาด 555
พอเข้าไปเราก็แจ้งเขาว่าจะใช้โปรโมชั่นนี้
จากนั้นก็จ่ายตังค์ แล้วพนักงานจะมาช่วยเราแต่งตัวโดยเป็นการสวมทับชุดเดิมไปเลย
ส่วนพวกสัมภาระเขามีช่องให้เก็บแต่พวกของมีค่าเราต้องพกติดตัวไปด้วย




จากนั้นเราออกมาเดินเล่นถ่ายรูป




💋 โดยรวมถือว่าโอเคมาเช่าชุด ถ่ายรูปสวยๆคนไม่เยอะมาก แต่พื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มาก เดินไม่นานก็ครบ ส่วนใหญ่จะเสียเวลากับโชว์ของแต่ละบ้านมากกว่า

ข้อควรรู้
โออิรัน และ เกอิชาเป็นอาชีพที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น
มีความคล้ายคลึงกันคือให้ความบันเทิง
แต่ข้อแตกต่างคือ โออิรันจะขายเรือนร่างด้วย

นินจา ซามูไร แต่งกันอย่างไร
ซามูไร เปรียบเหมือนนักรบ ทหาร
นินจา ลักษณะคล้ายสายลับ สายสืบ




https://www.natsmallhand.com/2019/02/blog-post.html

หลังจากเดินได้สักพักฝนก็เริ่มลงเม็ด เราจึงรีบออกเดินทางไปหุบเขานรกกันต่อ
แต่พอเราเดินออกมารอรถเมล์ปรากฎว่ารถเพิ่งออกไปได้ไม่นาน ทำให้เราต้องรอรถรอบถัดไปเกือบ 40 นาที TT
พอรถมาต้องบอกว่ารถแน่นมากๆๆๆ ยืนบนรถเมล์มาสักพักเราก็มาถึง.....






🕰
จากนั้นเราก็เดินทางไปต่อกันที่
📍 Jigokudani (นรกหุบเขา)
🚇 Bus ¥230.-
💸 Free
🚩
♥♥♥❤️
🖋http://www.japan-guide.com/e/e6751.html
💋 พอลงรถเมย์มาเราก็เดินตามทางเดินขึ้นไป ทั้งสองข้างทางจะร้านขายของมากมาย พอใกล้ถึงบริเวณหุบเขานรกเราพบว่ามีโรงแรมตั้งอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก

หลังจากเดินมาได้สักพักเราก็มาถึงหุบเขานรกบริเวณนี้เราตะได้กลิ่นคล้ายๆไข่เน่าหรือกลิ่ทกำมะถันนั้นเอง แต่เนื่องจากฝนตกแนทเลยเดินแค่บริเวณด้านบนไม่ได้เดินลงไปข้างในและรีบเดินกับมาที่โรมแรมแถวนั้นเพื่อแช่ออนเซน



🕰
เมื่อสมควรแก่เวลาเราก็มาแช่ออนเซ็นกันที่
📍 Daiichi Takimotokan
24 hours
💸 ¥2,000.-
🚩
♥♥♥♥♥
📁
Noboribetsu เป็นรีสอร์ทน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮอกไกโด
มีบ่อน้ำร้อนและน้ำเย็น มีทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง ซึ่งความพิเศษของที่นี้คือ คุณจะได้แช่ออนเซ็นและได้ชมวิวไปพร้อมๆกัน

ถ้าบ่อแช่ด้านในจะมีกระจกบานใหญ่ให้เราชมวิวด้านนอก เราจะมองเห็นหุบเขานรกได้ในมุมสูง อีกทั้งตอนแนทไปจะเห็นกวางป่ากำลังกินหญ้าอยู่บนเนินเขาใกล้ๆ แต่พอเราไปแช่ด้านนอก หูยยยยย น้องกวางมานั่งกินหญ้าอยู่ข้างๆ ระยะประชิดเลย

ต้องบอกว่าที่นี้เป็นจุดที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้เลยก็ได้ เพราะนอกจากได้ผ่อนคลายจากการแช่ออนเซ็นแล้วยังมีวิวที่ใกล้ชิดธรรมชาติขนาดนี้เป็นอาหารตาอีกด้วย

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถเมย์เพื่อเดินทางกลับไปที่ซัปโปโร 

(เป็นป้ายเดียวกับที่พวกเราขึ้นรถไป Noboribetsu Date Jidaimura ตรงหน้าร้านซูเปอร์มาร์เก็ต) 
แต่คุณสุนีย์ก็ไม่พลาดที่จะแวะช๊อปปิ้งซูเปอร์มาร์เก็ตบริเวณนั้นระหว่างรอรถอีกด้วย

พอกลับมาถึงซัปโปโร
เราก็แวะทานอาหารแถว sapporo station
จำชื่อร้านไม่ได้ 555 เราสั่งมาสองอย่าง โดยรวมรสชาติกลางๆ ราคาไม่แพงมาก (ลืมถ่ายราคามา) สรุปไม่แนะนำ ผ่านๆๆๆๆ

หลังจากนั้นก็ได้เวลาสำรวจเส้นทางเตรียม ช๊อปปิ้ง จริงๆแล้ว แนทมีแพลนจะซื้อ Mount Adapter EF- EOS M ซึ่งเมืองไทยขายอยู่ประมาณ ฿4,000.- แต่นี้โน้น ราคาประมาณ ฿2,500.- แต่หาซื้อไม่ได้เลยจร้าเดินทั่วทุกร้านเลย 555 แต่ก็เป็นโอกาสที่ดี ทำให้เราให้ได้เห็นบรรยากาศสวยๆยามค่ำคืนของเมืองนี้ เป็นเมืองที่เงียบสงบมาก และปิดท้ายด้วยอาหารมื้อดึกที่ดองกี้(เปิด 24 ชั่วโมง) แนะนำกิมจิในรูปสุด อร่อยมาก แถมไม่แพงด้วย นอกจากนั้นเรามีช๊อปปิ้งของกินเล็กๆน้อยๆจากย่าน ถนนทานุกิโคจิ อีกด้วย

...................................................................................................
พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่
 
พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่ 4

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่

แจกฟรี แพลนเที่ยวฮอกไกโด ซัปโปโร โอตารุ โนโบริเบทสึ ด้วยตัวเอง


 

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่ 3


จากนั้นเดินต่อมาสักพัก เราก็มาถึง
📍Sapporo Station
💋เราก็รีบเดินไปซื้อ Sapporo-Otaru Welcome Pass ซึ่งเป็นตั๋วรถไฟซัปโปโร-โอตารุไป-กลับ และรถไฟฟ้าใต้ดินของซัปโปโรทั้ง 3 สายได้โดยไม่จํากัด สำหรับ 1 วัน (สามารถใช้วันหลังได้)
ราคา ¥1,700.-
นี้คือสิ่งที่เราแพลนไว้แต่ปรากฎว่า บัตรนี้ยกเลิกไปแล้ว
จึงต้องซื้อตั๋ว Sapporo-Otaru แบบปกติแทน ราคา¥640.-/เทีียว
โดยรถไฟจะมีทั้งหมด 3 แบบ (Rapid 30 นาที, Semi-Rapid 40นาที, Local 50 นาที) ทุกสายมีราคาเท่ากัน
แล้ววันที่ 4 เราค่อยมาซื้อ One day pass ราคา ¥830.- อีกครั้ง






จากนั้นก็มาขึ้นรถที่ชานชาล
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที
เราก็มาถึง
📍เมืองโอตารุ (Otaru)
📁โอะตะรุ เป็นเมืองท่าหลักของอ่าว มีอาคารเก่าแก่มากมาย



พอรถไฟมาจอดที่
📍สถานีโอตารุ (JR Otaru)
แล้วเราเดินออกนอกสถานีแล้วเดินไปทางด้านซ้ายจะเจอบันไดแล้วจะเจอ
📍ตลาดปลาซังคะคุ โอตารุ ( sankaku market 三角市場 )
7:00 - 17:00
💋 ตลาดที่นี้เป็นตลาดเล็กๆค่ะ อยู่ใกล้จากสถานีโอตารุ เป็นตรอกเล็กๆ ภายในมีร้านค้ามากมาย รวมถึงร้านอาหารด้วยค่ะ
ส่วนร้านที่เราเลือกทานมีชื่อว่า
📌 TAKEDA SENGYOYEN
💸 ¥3,050.-
🚩 ♥♥♥❣

ร้านจะมีสองห้องติดกัน จะเป็นห้องใหญ่กับห้องเล็ก ห้องเล็กจะเหมือนห้องเก็บของที่เขาเอาโต๊ะมาว่างเสริมให้ เพราะลูกค้าเยอะ
แน่นอน ดวงอย่างพวกเราต้องได้ห้องเล็ก 555
พอเข้าไปในร้านเขาจะเสริฟชาร้อนฟรี นอกจากนั้นยังมีปลาหมึกฝอยใส่ถ้วยมาให้เราทานเล่นระหว่างรออาหารอีกด้วย



ส่วนรายการอาหาร...
เมนูที่เราแนะนำสุดนั้นคือ Set Meal of Arabesque Greenling ราคาเพียง ¥1,100
นอกจากคุณจะได้ลิ้มรสปลาย่างแสนอร่อยแล้ว ในเซ็ตยังมาพร้อมข้าวและเครื่องเคียงอีกด้วย (สลัดอุด้งอร่อยมากกก)
ส่วนปลาดิบนั้นงานดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกุ้งหวานมาก ราคาก็ไม่แรงแค่ ¥1,200.-
ถัดมาเป็นแซลมอนย่าง ส่วนตัวเฉยๆ เมนูนี้ไม่ได้พิเศษอะไร ราคา ¥450.-
ปิดท้ายด้วยข้าวญี่ปุ่นถ้วยละ ¥100.- คุณแม่บอกข้าวอร่อยมากกก




เมื่อทานอิ่มจนเต็มที่แล้วเราก็เดินทางไปที่ คลองโอตารุ แม้จะเป็นเวลาแค่เพียงบ่ายสามแล้วฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
(ที่นี้มืดเร็วมากกกกก)



แล้วก็เดินมาต่อกันที่สถานที่ยอดนิยมของเมืองโอตารุ นั้นคือ
📍คลองโอตารุ (Otaru Canal)
เปิด 24 ชั่วโมง
💸 Free
🚩
♥♥♥♥
💋 คลองโอตารุในอดีตเป็นคลังสินค้า รับของจากเรือขนาดใหญ่ที่ถูกลำเลียงมาตามคลองด้วยเรือเล็กๆ ปัจจุบันคลังสินค้าดังกล่าวกลายเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์
คลองถูกถมให้เล็กลงและทำเป็นทางเดินแสนโรแมนติกในยามค่ำคืน
 


เมื่อถ่ายรูปกันเรียบร้อยแล้ว
น้องชายก็อยากเดินไปตรงท่าเรือ
บริเวณนี้ก็มีมุมสวยให้ถ่ายรูปอยู่นะคะ
แต่ก็เป็นจังหวะที่เราเสียเวลามาก เพราะนางจะให้ถ่ายรูปให้ติดคลืนทะเลด้วย🌼🌼🌼 555


 


เมื่อฟ้าเริ่มมืดพวกก็รีบเดินมาที่เส้นถนนสายชอปปิ้ง
📍ซาคาอิมาจิโตริ (Sakaimachi Street)
🚩 ♥♥♥♥

💋ระหว่างทางที่เราพยายามจะเดินไปถนนเส้นนี้ เราก็หลงไปถนนอีกเส้น 555 แต่ก็ทำให้เราเจอร้านขายของฝากขนาดใหญ่ มีบริเวณที่ขายขนมและเครื่องดื่มให้เราหลบลมหนาวภายในร้านอีกด้วย
เมนูแนะนำ คือ ปลาหมึกเสียบไม้ไส้ต่างๆ
พูดกันตามจริงไม่แน่ใจว่าใช่ปลาหมึกมั้ย แต่กลิ่นมันใช่ เหมือนปลาหมึกผสมแป้ง รสชาติอร่อยดี


จากนั้นเราก็เลยเปิด google map เพื่อหาเส้นทางที่ถูกต้อง

ระหว่างทางเราพบว่า ร้านส่วนใหญ่เริ่มทยอยปิดแล้ว แม้จะเป็นเวลาแค่ 5 โมงเย็น แต่ฟ้าก็มึดมากกกก 5555
ร้านที่เราพบว่ายังเปิดอยู่ก็ยังมีอยู่บ้าง
📍 LeTAO ร้านขนมชื่อดัง (เลอ ทา โอะ)
💸 มีหลากหลายราคา
🚩 ♥♥♥♥

💋 ความดีงามของที่นี้ มีขนมให้ชิมฟรี เยอะมากกกกก 555 เราชิมอย่างเดียว แต่มาซื้อที่สนามบิน เพราะอายุขนมค่อนข้างน้อย ถ้ารีบซื้อกลัวจะเสียก่อน
ส่วนราคาก็ถูกกว่าไทยเกือบครึ่ง เช่น Fromage Double ที่นี้ราคา 1,600.- เยน หรือประมาณ 480 บาท ส่วนที่ไทยขาย 890 บาท

หลังจากเดินมาพักเราเจอร้านขายขนมบางอย่าง ที่คนต่อแถวยาวมากกกก
เราก็ไม่พลาดที่จะไปต่อคิวลองซื้อมาทานกัน
แต่ๆๆๆๆ ปรากฎว่ามันไม่อร่อยเลย 555
รสชาติมันเหมือนข้าวทอดชุบซอส คาดว่าน่าจะเรียกว่า เซมเบ้




 เดินมาเรื่อยๆเราก็จะเจอ
📍 พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี Otaru Orgel Emporium
💸 เข้าฟรี
🚩
♥♥♥♥
💋 บริเวณด้านหน้าร้านจะมีนาฬิกาไอน้ำโบราณ (Stream Clock) สไตล์อังกฤษ ซึ่่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น (อีกที่คือ Vancouve ) ส่วนภายในก็มีกล่องดนตรีมากมายหลากหลายแบบ และที่สำคัญที่นี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำ ภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์ อีกด้วย


เมื่อสุดทางถนนสายชอปปิ้งซาคาอิมาจิโตริ
เราก็เดินมาถึง
📍สถานีมินามิโอตารุ
เพื่อเดินทางกลับที่พักที่ Sapporo
ใช้เวลาเดินทางประมาณค่อนข้างนาน และทางเดินเป็นเนินเขาอีกทางหาก 555 ใครมาเที่ยวแนะนำให้ ลงสถานี สถานีมินามิโอตารุ แล้วขากลับไปขึ้นที่ สถานีโอตารุดีกว่า แต่ขามาที่เราต้องลงสถานีโอตารุเพราะว่ากลัวจะไปตลาดปลาไม่ทัน

เมื่อถึงสถานีมินามิโอตารุ เราจะเห็นว่ามีรถไฟรอบ 18.03น. เดินทางไปซัปโปโร ความพิเศษของขบวนนี้จะเขียนว่า Rapid หมายถึงรถไฟที่เร็วกว่าสายปกติ เพราะจะจอดสถานีน้อยกว่าสาย local (Rapid 30 นาที, Semi-Rapid 40นาที, Local 50 นาที) ทุกสายมีราคาเท่ากัน โดยขากลับเราสามารถมานั่งรอที่ชานชาลาหมายเลข 2
สักพัก เราก็มาถึง
📍Sapporo Station
และเราจะฝากท้องสำหรับมื้อเย็นกันที่นี้ค่ะ
📍Daimaru Sapporo
💸 ¥ 1,256.-
🚩
♥♥♥♥
💋 ของส่วนใหญ่ที่ Super market พอค่ำๆแล้วจะลดราคา คุณแม่ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปมะรุมมะตุ้ม แย่งชิงของลดราคา 50 % ให้เรามาทานกันในค่ำคืนนี้


จากนั้นก็ถึงเวลาพักผ่อนแล้วค่ะ
เราก็กลับมาเช็คอินที่พัก
📍APA Hotel Sapporo Susukino-Ekimae, Sapporo
💸 ¥9,380.90 (3คืน/2ห้อง)
(คืนละ 1,563.48/ห้อง/สำหรับ 2 คน)
🚇 Hosuisusukino Station ทางออก 3
🚩 ♥♥♥♥❣ 

💋 ปกติเวลาแนทเลือกโรงแรมที่พัก แนทมักจะเลือกโดยดู 2 ประเด็นหลักคือ มีห้องน้ำในตัว และใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งโรงแรมนี้ตอบโจทย์ทั้งสองอย่าง โดยเฉพาะรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่หน้าโรงแรมเลย 555
แม้ห้องพักที่นี้จะเล็กแต่ก็มีของครบถ้วน
เช่น หมวกคลุมผม ไม้แคะหู ที่โกนหนวด หวี ยางรัดผม ซึ่งเขาจะเติมใหม่ให้ทุกวัน นอกจากนั้น ความพิเศษของที่นี้คือ มีตู้กดน้ำแข็งงงงงง ด้วย 555 คุณแม่ปลื้มมากกก
แค่ที่หักหัวใจครึ่งดวงเพราะ ที่นี้ไม่มี ไมโครเวฟ

สำหรับ Day 2 ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้
พรุ่งนี้เจอกันใหม่ที่ Day 3 นะคะ

...................................................................................................
พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่
 
พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่ 4

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่

พาแม่เที่ยว Season 2 : รีวิว ท่องเที่ยว ฮอกไกโด ด้วยตัวเอง ตอนที่

แจกฟรี แพลนเที่ยวฮอกไกโด ซัปโปโร โอตารุ โนโบริเบทสึ ด้วยตัวเอง